กรกฎาคม 24, 2021

กยท. ลุ้นราคายางพุ่ง ปัจจัยบาทอ่อน – ผลผลิตน้อยลง

กยท. ราคายางพาราประจำวันที่ 19 ก.ค. 2564 ราคาประมูลเฉลี่ย ณ ตลาดกลางยางพาราฯ ปัจจัยบาทอ่อน ราคายาง

กยท., ปัจจัยบาทอ่อน

แผ่นดิบอยู่ที่50.64 บาท ต่อกิโลกรัม ราคายางแผ่นรมควันอยู่ที่ 52.77 บาทต่อกก. น้ำยางสด 43.50 บาทต่อ กก.


ณ ตลาดกลางยางพาราฯ ปัจจัยบาทอ่อน ซึ่งในส่วนของราคาดังกล่าว ถือว่า ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อถ้าเอาไปเทียบกับในช่วงเดียวกันกับของปีที่ผ่านมา โดย ยางแผ่นดิบ จะอยู่ที่ราคา 38.34 บาท ต่อกก. น้ำยาง จะอยู่ที่ราคา 41.57 บาท ต่อกก. ยางแผ่นดิบจะอยู่ที่ราคา 40.29 บาท ต่อกก. และ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 43.90 บาท ต่อกก. โดยนาย ณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ( กยท. ) ได้เปิดเผยแล้วว่า แม้ในปัจจุบันด้านทางเกษตรกรก็จะค่อยๆทยอย กรีดยางกันมากยิ่งขึ้น แต่ราคายางนั้นก็ยังทรงตัวอยู่แล้ว

ค่าเฉลี่ยของ ยางแผ่นดิบ จะอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 50 บาท ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะการระบาดของ โควิด -19 ก็ได้ส่งผลให้แรงงานนั้นไม่สามารถออกไปกรีดยางได้แบบปกติ ซึ่งเกิดขึ้นทั้ง ใน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และ ไทย โรงงานบางแห่งก็ไม่สามารถผลิตสินค้าได้อย่างเต็มกำลัง เพราะทางด้านพนักงานก็ติดโควิดด้วย

ณ. ปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่า ตอนนี้อยู่ที่ราคา  32 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ รวมไปถึงราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มที่จะปรับเปลี่ยนให้เพิ่มขึ้น และ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ส่วนของโกดังเก็บยางของที่จีน ก็ได้ถูกไฟไหม้ขึ้น และในขณะนั้นเอง ทางความต้องการของตลาดยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผลผลิตที่จะถูกส่งออกสู่ตลาด ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค และในส่วนของทั้งหมดนี้ก็เป็นปัจจัยที่จะทำให้ราคายางนั้นยังอยู่ในระดับที่สูงอยู่

ในส่วนของรายงานจาก กยท.  ก็ได้แจ้งว่า สถานการณ์ในเดือน ก.ค. 2564 นี้ คาดได้ว่าจะมีปริมาณของน้ำยางจะถูกส่งออกสู่ตลาดได้ไม่มากนัก เหตุจากฝนตกชุมทำให้ เกษตรกร ไม่สามารถออกไปทำการกรีดยางได้ตามปกติ แต่จากสภาพ เศรษฐกิจ ของประเทศคู่ค้าที่ได้ขยายตัวและส่งผลให้ความต้องการยางเพิ่มสูงขึ้น เงินบาทที่อ่อนค่า และ ราคาน้ำมัน มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยที่จะผลักดันให้ราคายางปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

และอย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง และ เตรียมพร้อมเพื่อรับมือและเตรียมแก้ปัญหา ในสภาวะราคายางผันผวน จากสต็อกที่เก็บยางในภาพรวมที่ต้องปรับเพิ่มให้มากขึ้นขึ้น เพราะยังคงเป็นฤดูกาลของผลผลิตที่ต้องส่งออกสู่ตลาด หรือ เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด โดยเฉพาะที่ จีน และ เวียดนาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะจีนที่ค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น50-150 ดอลลาร์ต่อตู้ขนาด โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2564 ที่ผ่านมา


ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *