พฤษภาคม 17, 2022

ไตรมาสแรกปีหน้า ผวาโควิดอีกระลอกซ้ำเติมเศรษฐกิจเสี่ยงหดแรง

จากการระบาดอีกระลอกของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไตรมาสแรกปีหน้า ผวาเศรษฐกิจสะดุดอีกรอบ

ไตรมาสแรกปีหน้า, เศรษฐกิจหดตัว

เนื่องจากการระบาดเป็นครั้งที่สอง ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำคนผวา รวมถึง เศรษฐกิจหดตัว อีกครั้ง


ในเทศกาลปีใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุข สนุกสนานที่กำลังจะใกล้มาถึง ทำประชาชนคนไทยหวั่นวิตกอีกครั้ง กับการกลับมาระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ต้องชะลอการจัดงานกิจกรรมต่างๆ รวมไปถึงการท่องเที่ยวในเทศกาลวันหยุดนี้ รวมถึงการคาดการว่า ไตรมาสแรกปีหน้า จะมีเปอเซ็น เศรษฐกิจหดตัว ลดลงกว่าที่คาดการไว้

เนื่องจากมีการระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ จากจุดเริ่มต้นอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร จากนั้นก็เริ่มระบาดหนักอีกครั้งและกระจายไปทั่วอีกหลายจังหวัด ทั้งนี้ก็หวังว่าจะไม่มีการลุกลามไปจนถึงขั้นรุนแรง จนถึงขั้นล็อกดาวน์ประเทศ เหมือนครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จ.สมุทรสาคร เป็นแหล่งในการทำธุรกิจการประมงและการแปรรูปสัตว์น้ำ โดยมีปริมาณที่สดใหม่ มีสัดส่วนเกือบ 40% ของทั้งประเทศ (ไม่รวมถึงวัตถุดิบนำเข้า) ซึ่งในการล็อกดาวน์จังหวัดตั้งแต่ 19 ธ.ค. 63 – 3 ม.ค. 64 มีการส่งผลกระทบทางด้านการค้าขายและการผลิตในหมวดนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์และตรวจสอบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ที่ได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหาย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท เกี่ยวเนื่องทางการประมงทางทะเล รวมเป็นมูลค่า 13,000 ล้านบาท จากการชะลอการบริโภคสินค้าประมงและอาหารทะเล

ดร. อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ จากสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้มองว่า ถึงการระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบใหม่ของประเทศไทย จะมีการส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นกว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การล็อกดาวน์ของประเทศ

แต่ในมาตราการที่เตรียมความพร้อมในการรับมือการระบาดของ เชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบนี้นั้น ไม่น่าจะส่งผลในเชิงลบกับเศรษฐกิจมากเท่ากับในช่วงไตรมาสที่สองที่ผ่านมา เนื่องจากในทางราชการนั้น ยังคงอนุญาติให้ประชาชนทุกคน ดำเนินการใช้ชีวิตต่อไปได้ตามปกติ

ทั้งนี้ อย่างน้อยก็ช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ไม่มีการปิดกิจการ หรือเลิกจ้าง ที่ส่งผลกระทบให้รายได้ในครัวเรือนลดลง นอกสะจากกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่อาจจะเกิดการชะลอตัวในการตัดสินใจซื้อ หรือแม้แต่อาหาร เครื่องดื่ม ที่คนอาจจะลดการรับประทานมากขึ้นในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐกำลังทบทวนผลกระทบที่ไดรับ และมาตราการต่างๆ ว่าสมควรเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด จึงไม่สามารถชดเชยได้เท่าครั้งที่ผ่าน เนื่องจากหนี้สินที่เพิ่มมากขึ้น อาจทำให้รัฐบาลต้องระมัดระวังที่จะไม่ก่อให้หนี้มากจนเกินไป

และความรุนแรงในรอบนี้ ถึงจะไม่ส่งผลกระทบมากเท่าครั้งก่อนของทางด้านเศรษฐกิจ และการดำรงชีวิตของประชาชน เพราะไม่มีการล็อกดาวน์ประเทศ แต่ก็มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเกิดสภาวะชะลอตัว และถดถอยซ้ำซ้อน ทำให้ GDP ไตรมาสแรกปีหน้า อาจจะขยายตัวไม่ถึง 3 % ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่เคยคาดการไว้ก่อนหน้านี้ที่ 4.1% นั้นเอง

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *