ธันวาคม 2, 2021

โควิด น่าจับตาลากยาวปี 64 ชมเปาะมาตรการคลังไทยเยี่ยมโอกาสโตหด 1.2%

ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจไทย มีการขยายตัวได้เพียง 2.2% ในปี 64 ปรับลดลงจาก 3.4%

ธนาคารโลกได้มีการออกมารายงานตามติดทางเศรษฐกิจไทย “เส้นทางสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ”


รายงานว่า ในส่วนของธนาคารโลกได้มีการออกมารายงานตามติดทางเศรษฐกิจไทย “เส้นทางสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ” ของฉบับล่าสุด โดยทางนางเบอร์กิต แฮนเซิล ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย ได้มีการกล่าวว่า ทางธนาคารโลกเอง ก็ได้มีการปรับลดการคาดการณ์ของเศรษฐกิจไทย โดยจะมีการขยายตัวได้เพียง 2.2% ในปี 64 ปรับลดลงจาก 3.4% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือน มี.ค. และได้มีการคาดว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 65 จะอยู่ที่ 5.1%

ทั้งนี้ ผลกระทบจากโควิด-19 ยังได้มีการส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน รายได้ รวมไปถึงความยากจน ในส่วนของการรับมือด้วยมาตรการความคุ้มครองทางสังคมที่ครบถ้วนนั้น ของทางรัฐบาลก็ได้มีการส่งผลอันเป็นที่น่าพอใจ และไทยเองยังคงมีพื้นที่การคลังเพียงพอที่จะช่วยเหลือคนยากจนและผู้ที่ลำบากมากที่สุดในช่วงหลายเดือนข้างหน้าจากวิกฤตการณ์โควิด-19 นี้ เศรษฐกิจดูซึมซบเซาลงเป็นอย่างมากผลมาจากบริโภคและในเรื่องของการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาต่ำมากจนถึงสิ้นปี 64 อย่างไรก็ตาม ไทยเองก็มีการดำเนินการที่ค่อนข้างดี ทั้งในแง่ของระดับเอง และในแง่ความรวดเร็ว ในการส่วนของการรับมือทางด้านการคลัง นับเป็นชุดของมาตรการให้เงินเยียวยาระดับแถวหน้าของโลก ซึ่งจากการจำลองสถานการณ์ที่ได้ทดสอบ บ่งบอกได้ว่าจะมีคนจนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 780,000 คนในปี 63 ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นพอสมควรเลยทีเดียว หากทางรัฐเองไม่ได้เพิ่มความช่วยเหลือ

กล่าวเพิ่มเติมจาก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารโลก นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา ว่า นับเป็นข่าวดีเลยก็ว่าได้ในไตรมาสแรกเอง คือ ทางด้านของเศรษฐกิจไทยนั้นเริ่มมีสัญญาณฟื้นฟู จากที่มีการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และในส่วนผลของมาตรการเยียวยา แต่ในส่วนของไตรมาสที่ 2 เกิดการระบาดโควิด-19 ในระลอก 3 เป็นเหตุทำให้การฟื้นฟูใช้เวลานานเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ทางธนาคารโลกมองว่า ทางรัฐบาลต้องยังมีความจำเป็นต้องใช้ในส่วนของมาตรการการคลังต่อเนื่อง และควรเป็นมาตรการที่เป็นมาตรการเฉพาะเจาะลงไปที่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากขึ้น โดยทั้งนี้ในด้านความยั่งยืนทางด้านการคลัง ก่อนโควิดหนี้สาธารณะต่อจีดีพีไทยได้อยู่ที่ 43% ขณะนี้ได้มีการขึ้นมาอยู่ที่ 59.3% และคาดจะอยู่ที่ 62.1% ในปีหน้า แม้ว่าจะมีเพิ่มมากกว่าเพดานหนี้ ที่ 60% แต่พลวัตยังอยู่ในฝั่งของความยั่งยืน เพราะส่วนใหญ่เป็นหนี้สกุลเงินบาท และสภาพคล่องในประเทศมีพอจะรองรับ

ทั้งนี้ ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงสูงมากอย่างต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจนั้นยังมีโอกาสต่ำลง โดยกรณีเลวร้ายที่คาด หากการล็อกดาวน์ยาวกว่าที่คิด เช่น ล็อกดาวน์ไปจนถึงไตรมาสที่ 3 การเติบโตในส่วนของเศรษฐกิจไทยปีนี้จะลดลงไปที่ 1.2% และเหลือเติบโต 2.6% ในปีหน้า และผลเสียจะมีมากขึ้นตามมา ถ้าระลอก 3 ลากยาวเกินกว่าที่เราจะมีการควบคุมได้

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : 
GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *