กันยายน 27, 2021

“แซนด์บ็อกซ์” ศบศ.ปรับแผน ไฟเขียว อยู่ภูเก็ต 7 วันไปสมุย-กระบี่-พังงา เริ่ม 1 ส.ค.

ส่วนในรูปแบบของ 7+7 นั้นโดยนักท่องเที่ยวพักพิงภายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 7 วัน


กำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ส.ค.2564 โดยได้มีการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานงาน


เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธนกร วังบุญคงชนะ ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารเหตุการณ์สถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลพวกที่ได้กระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยออกมาว่า ผลจากการประชุม ศบศ.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการเห็นด้วยกับมาตรการให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้มีการเข้าร่วมภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับพื้นที่นำร่องอื่น

ส่วนในรูปแบบของ 7+7 นั้นโดยนักท่องเที่ยวพักพิงภายในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเวลา 7 วัน รวมทั้งยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวและต้องมีการพักพิงในพื้นที่อื่นๆ อีกเป็นเวลาอย่างต่ำๆ 7 วัน ได้แก่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่ (เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า) จังหวัดกระบี่ ได้แก่ (เกาะพีพี เกาะไหง และไร่เลย์) และจังหวัดพังงา ได้แก่ (เขาหลัก เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่) มีกำหนดเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ส.ค.2564 โดยได้มีการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประสานงานเพื่อสร้างความเข้าใจของคนภายในในพื้นที่ร่วมกัน และตรึกตรองจัดเตรียมแผนการดำเนินการบนระเบียบปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกับการดำเนินการของภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์

ขณะช่วงเวลาเดียวกัน ได้มีการมอบหมายให้แก่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไ ได้มีการจัดทำรายละเอียดเนื้อหาแบบแผนการเชื่อมโยงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้มีการสามารถเดินทางระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพื้นที่นำร่องอื่นๆ เพื่อเป็นนำการเสนอให้ที่ประชุม ศบศ. และ ศบค. พิจารณาต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีมีความพึ่งพอใจนักท่องเที่ยวสะสมภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ตั้งแต่วันที่ 1-21 ก.ค.2564 รวม 9,358 คน ขณะที่ทั้งนี้มียอดของการจองห้องพักตามมาตรฐาน SHA+ สะสมระหว่างเดือน ก.ค.ถึง ก.ย.อยู่ที่ 244,703 คืน คิดเป็นอัตราของการเข้าพัก 10.12% สร้างรายรับการท่องเที่ยว 534.31 ล้านบาท โดยที่ประชุม ให้ร่วมมือกันเพื่อเป็นการควบคุมการระบาดไวรัสให้ดี

ผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุม ศบศ.ยังไม่สามารถหาข้อผลสรุป เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย และเกี่ยวกับการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีความสามารถและมีศักยภาพสูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามข้อเสนอแนะของทีมปฏิบัติการเชิงรุกทาบทามทั้งยัง บริษัทเอกชนไทยและต่างประเทศ ที่มี ม.ล.ชโยทิต กฤดากร เป็นหัวหน้าทีม ทั้งเรื่องการกำหนดภาษีรายได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ในประเทศไทยในอัตราคงเดิม 17% และข้อของประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีอื่นๆ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาไตรตรองข้อแนะนำเสนอแนะในรายละเอียดถัดไป
ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *