ตุลาคม 17, 2021

หอการค้าไทย คาดการขยายล็อคดาวน์ อาจกระทบเศรษฐกิจ 3.5 แสนล้าน/เดือน

หอการค้าไทย ชี้เพิ่มพื้นที่ล็อคดาวน์กระทบเศรษฐกิจเพิ่มเป็นเดือนละ 2.5-3.5 แสนล้าน

หอการค้าไทย,ประเทศมาเลเซีย,ล็อคดาวน์,เศรษฐกิจ,โควิด-19,ศบค.

ห่วงอาจเหมือน ประเทศมาเลเซีย ล็อคดาวน์แล้วคุมโควิดไม่อยู่ซ้ำเศรษฐกิจย่ำแย่มากขึ้น


ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 หรือ ศบค.ได้นัดประชุมพิเศษวันที่ 1 ส.ค. โดยมี นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานการประชุมด้วยระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ ซึ่งจะมีการพิจารณาการ ล็อคดาวน์ เพิ่มเติม โดยที่ประชุม ศบค.ได้มีมติขยายระยะเวลาการใช้มาตรการล็อกดาวน์ ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19 เพื่อลดยอดอัตราการเสียชีวิต และลดยอดผู้ป่วยอาการหนัก เพื่อให้ระบบสาธารณสุขสามารถรองรับได้ พร้อมยกระดับพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร โดยปรับพื้นที่ดังนี้

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) จากเดิม 13 จังหวัด เพิ่มเป็น 29 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ตาก นครปฐม นครนายก นครราชสีมานราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ยะลา ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สงขลา สิงห์บุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง

พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 37 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ บุรีรัมย์ พัทลุง พิจิตร พิษณุโลก มหาสารคาม ยโสธร ระนอง ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สุโขทัย สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุตรดิตถ์ อุทัยธานี อุดรธานี อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ

พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 11 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ นครพนม น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน และสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ ในเขตพื้นที่สีแดงเข้ม ขอความร่วมมือให้มีการ Work from Home ถึงขั้นสูงสุด ส่วน ร้านค้าสะดวกซื้อ / ตลาดโต้รุ่ง เปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. และห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ สามารถ เปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. รวมถึงให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า สามารถจำหน่ายอาหารแบบเดลิเวอรี่ได้ สำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานที่ประกอบการอื่น หรือมีลักษณะคล้ายกัน โดยขอให้ผู้ประกอบการทั้งหลาย จัดทำมาตรการ DMHTemp สำหรับพนักงานทุกคน และห้ามเปิดบริการหน้าร้าน ห้างสรรพสินค้าต้องจัดจุดพักรอรับอาหารที่อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่พลุกพล่าน โดยมุ่งเน้นมาตรการเว้นระยะห่าง และให้พนักงานรับส่งอาหารรอรับอาหาร ณ จุดรับส่งเท่านั้น ปฏิบัติตามมาตรการ DMH อย่างเข้มงวด

พร้อมเน้นย้ำขอให้ประชาชนลดการเดินทางเคลื่อน ทั้งขนส่งสาธารณะงดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 3 ส.ค.เป็นระยะเวลา 14 วัน ซึ่งจะมีการพิจารณาสถานการณ์ในวันที่ 18 ส.ค. หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอาจมีการขยายระยะเวลาใช้มาตรการดังกล่าวถึง 31 สิงหาคม

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย เผยถึง การยกระดับและขยายพื้นที่ในครั้งนี้ โดยจะปรับตามสถานการณ์ในต่างจังหวัด เดิมคาดว่าจะกระทบเศรษฐกิจเดือนละ 200,000–300,0000 ล้านบาท อาจเพิ่มเป็น 250,000-350,000 ล้านบาท ซึ่งการยกระดับใกล้เคียงเดือน เม.ย.2563 แต่ยังไม่เข้มงวดเท่าครั้งนี้ จึงจำเป็นต้องเร่งมาตรการอื่น ควบคู่ไปด้วยไม่เช่นนั้นอาจจะเหมือน ประเทศมาเลเซีย ที่กึ่งล็อกดาวน์แล้วยังคุมการระบาดไม่ได้

ทั้งนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด ภาครัฐควรเร่งมาตรการอื่นควบคู่ คือ 1.เร่งการฉีดวัคซีน 2.การทำระบบ Home Isolation และ Company Isolation โดยขณะนี้ภาคเอกชนร่วมแบ่งเบาภาระภาครัฐในการดูแลพนักงาน โดยหลายแห่งทำ Active Screening โดยใช้ Rapid Antigen Test Kit เพื่อเร่งแยกคนติดออกไม่ให้ระบาดในสถานประกอบการ รวมถึงการดูแลเชื่อมระบบกับ โรงพยาบาล และ Hospitel

นายสนั่น อังอุบลกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการอนุญาตร้านอาหารในห้าง คอมมิวนิตี้มอล เปิดจำหน่ายได้ เฉพาะบริการแบบเดลิเวอรี่นั้น ถือเป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการได้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เพิ่มกำลังซื้อ หรือกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด ซึ่งประชาชนยังจับจ่ายใช้สอยเท่าเดิม เพราะยังล็อคดาวน์ ซึ่งแม้ว่าความพยายามในการตรวจหาผู้ติดเชื้อจะเป็นเรื่องดี แต่การเร่งจัดหาวัคซีนพร้อมกระจายสู่ประชาชนเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่สุดที่ภาครัฐทำควบคู่ ซึ่งต้องเร็วกว่านี้และเอกชนพร้อมสนับสนุนการใช้เครือข่ายช่วยจัดหาวัคซีนให้คนไทย

“เชื้อ โควิด-19 ได้กลายพันธ์ระบาดเปลี่ยนไปอย่างมากจากเดิม หอการค้าจะร่วมกับทางสาธารณสุขทำความเข้าใจวิธีการป้องกันในรูปแบบใหม่ รวมถึงแนวทางที่ผู้ประกอบการและประชาชนจะมาจัดการปัญหาร่วมกัน” นายสนั่น กล่าว


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *