กันยายน 27, 2021

รัฐบาล อัด 6 หมื่นล้านอุ้ม SME จ่าย ‘โคเพย์’ พยุงการจ้างงาน

รัฐบาล เตรียม 6 หมื่นล้าน จัดมาตรการโคเพย์ ช่วย SME จ่ายค่าจ้างรักษาระดับการจ้างงาน

Covid-19,sme,รัฐบาล,โคเพย์

ตั้งเป้าช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ SME ในระบบ เริ่ม ก.ย.นี้ ส่วนนอกระบบเป็นระยะต่อไป


เอกชนชง รัฐบาล ช่วยจ่ายค่าจ้างไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท คลุม 3 เดือน เพราะการระบาดของโรค Covid-19 ส่งผลกระทบกับ SME กว่า 1 ปี ครึ่ง  โดยการหารือระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับภาคเอกชนเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2564 ได้มีเอกชนเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือพยุงการจ้างงานในลักษณะร่วมจ่าย (โคเพย์)

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนในการช่วยเหลือ SME กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการยกระดับควบคุมการระบาดของ Covid-19 ใน กรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 จังหวัด ซึ่งมีวงเงินรวม 8,500 ล้านบาท และในขณะนี้รัฐบาลกำลังจัดทำมาตรการต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือSME ทั้งระบบที่ได้ผลกระทบจาก Covid-19

สำหรับมาตรการที่จะออกมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในระยะต่อไปจะเป็นมาตรการเพื่อรักษาระดับการจ้างงานของ SME โดยได้เตรียมวงเงินไว้อยู่ที่ 60,000 ล้านบาท จากเงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยา และ ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบ Covid-19 วงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้สำหรับมาตรการ โคเพย์ โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าจ้างให้กับ SME เพื่อพยุงการจ้างงาน

ทั้งนี้ เบื้องต้นได้กำหนดเงื่อนไข SME ที่จะได้รับความช่วยเหลือ จะเป็น SME ในระบบประกันสังคม และยื่นภาษีเงินได้ หรือเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานที่อยู่ในระบบ

ส่วน SME และแรงงานนอกระบบจะเร่งจูงใจให้เข้าสู่ระบบ เพื่อให้เข้าถึงมาตรการช่วยเหลือ SME ในระยะถัดไป โดยการให้ความช่วยเหลือจะต้องจำกัดให้ SME ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 และมีแนวโน้มที่จะไปต่อได้หลังสถานการณ์ Covid-19 คลี่คลายลง ไม่ใช่SME ที่มีปัญหาจากการทำธุรกิจมาก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ Covid-19

นอกจากนี้ การกำหนดมาตรการโคเพย์ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เป็นผู้จัดทำรายละเอียดเสนอศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของ Covid-19 (ศบศ.) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการช่วยเหลือ SME ได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ และหลังจากนี้ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปรายละเอียดประกอบด้วย 1.ประเภทกิจการ 2.ระยะเวลาการช่วยเหลือ 3.เงื่อนไข SME ที่จะได้รับการช่วยเหลือ

นอกจากนั้นยังอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม สำหรับช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ประกอบการในสาขาบริการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของ Covid-19 (ศบศ.) โดยเร็ว

รวมทั้งขอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย SME เช่น ลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายประกันสังคม ค่าเช่าสถานที่ ค่าเช่าโรงงาน เป็นต้น

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์ SME ไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับการช่วยเหลือ SME ทุกประเภท ซึ่งแรงงาน SMEในระบบมีประมาณ 6 ล้านคน โดยถ้ารัฐบาลตั้งวงเงินช่วยเหลือไว้ 60,000 ล้านบาท จะเงินได้เพียงคนละ 5,000 บาท ได้ประมาณ 2 เดือน แต่จะไม่เหลือวงเงินช่วยเหลือSME นอกระบบเลย ซึ่งSME กลุ่มนี้มีความเดือดร้อนมากและควรเข้าไปช่วยเหลือ โดยอาจจะเฉลี่ยการจ่ายเงินเหลือรายละ 2,000 บาท จะช่วยSME ได้ทั้งในและนอกระบบ แต่การช่วยเหลืออาจจะไม่เพียงพอ

ดังนั้นรัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพิ่มเติม คือ ช่วยเหลือการพักเงินต้นและดอกเบี้ยให้SME โดยต้องให้พักดอกจริงไม่ต้องจ่าย ตอนนี้มีเพียงออมสินรายเดียวที่พักต้นพักดอกจริง และควรพักหนี้ให้กับลูกจ้างของSME ด้วยเพราะรายจ่ายผ่อนบ้านหรือรถสูง ส่วนการดึง SME นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบเพื่อเข้ารับการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้นเห็นด้วย ซึ่งจะทำให้เข้ามาจดทะเบียนทั้งสถานประกอบการและแรงงาน


ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *