กันยายน 27, 2021

มือใหม่ หัดวิเคราะห์หุ้น กับกฎ 10 ข้อ และเทคนิคที่ควรรู้

มือใหม่ หัดเล่นหุ้นมีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งหุ้นถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่ถือได้เลยว่า

 

มือใหม่

ให้ค่าตอบแทนในอัตราที่สูง แต่นั่นก็ต้องมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เราต้องกล้าแลก

ทุกวันนี้หลายคนคงจะเริ่มเห็นคนดูกราฟหุ้นเต็มไปหมด หันไปทางไหนก็เจอ แม้กระทั่งในโซเชียลมีเดียยังมีคนโพสรูปพอร์ต รูปกราฟ จนเกิดเป็นกระแสค่านิยมขึ้นมาว่า ถ้าไม่ดูกราฟจะคุยกับนักลงทุนไม่เข้าใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการดูกราฟหุ้น หรือที่เรียกว่า วิเคราะห์ทางเทคนิค นั้นล้วนเต็มไปด้วยหลักการ และเครื่องมืออีกมากมาย นักลงทุนในหลายๆคน อาจเกิดความสบสน จนเป็นเหตุให้ตัดสินใจลงทุนผิดพลาดได้ กฎ 10 ข้อ เทคนิค ที่ควรรู้สำหรับ มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มหัด วิเคราะห์หุ้น มีอะไรบ้างมาดูกันเลย

  1. หัวใจหลักของการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ พฤติกรรม

การวิเคราะห์พฤติกรรม คือ การที่เราศึกษาสังเกตความเคลื่อนไหว พฤติกรรมของคน ว่าในตลาดปัจจุบันมีคนเข้ามา ซื้อ-ขาย เป็นอย่างไร และศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ซึ่งหากเราจะสามารถเข้าใจพฤติกรรมดังที่กล่าวมาได้ จะต้องพึ่งพาการเฝ้าสังเกต รวมไปถึงการติดตามความเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด เป็นเวลาที่นานพอสมควร เนื่องจากหุ้นแต่ละตัวมีปัจจัยพื้นฐานที่ต่างกัน เป็นสาเหตุที่มีผลต่อรูปแบบการเล่น และเครื่องมือที่ใช้ อาจแตกต่างตามไปด้วย

มือใหม่, วิเคราะห์หุ้น

  1. วัฎจักรและกลไกของราคา

เป็นอีกข้อที่สำคัญสำหรับ มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มหัด วิเคราะห์หุ้น เทคนิคการที่เราจะสามารถใช้ให้มีผลสำเร็จมากที่สุด มีความจำเป็นจะต้องทำการ ซื้อ-ขาย ให้ถูกที่ และถูกเวลาด้วย ถึงจะสามารถประเมินโอกาสที่จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของแนวโน้มในอนาคตได้

กลไกวัฎจักรของราคามีอยู่ 4 ระยะ คือ

  • ระยะสะสม : หลังจากราคามีการปรับตัวลงมาพอสมควรแล้ว สำหรับในระยะนี้ราคาค่อนข้างที่จะนิ่งประมาณนึง การขึ้นลงไม่มีความผันผวนมากนัก แต่ในทางกลับกันกลายเป็นระยะที่มีปริมาณการซื้อขายที่สูงมาก
  • ระยะขาขึ้น : ผ่านจากระยะสะสมได้สักพักหนึ่ง แรงซื้อจะเข้ามาเป็นจำนวนที่มากพอสมควร เป็นเหตุให้ราคาหุ้นวิ่งขึ้นสูงอยู่เรื่อยๆอย่างต่อเนื่องเลยทีเดียว
  • ระยะแจกจ่าย : เมื่อราคาของหุ้นได้ขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดที่เรียกได้ว่าเกินมูลค่าแล้ว ในบรรดาพวกนักลงทุนรายใหญ่บางกลุ่ม จะใช้โอกาสนี้เทขายให้สวนทางกับกระแสตลาด เป็นเหตุให้ราคาช่วงนี้มีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบบริเวณแคบๆ ไม่กว้างขวาง แต่กลับมีปริมาณการซื้อขายที่สูงขึ้นจนเห็นได้ชัด
  • ระยะขาลง : หลังจากที่หุ้นได้มีการเทขายเป็นจำนวนมากแล้ว หุ้นตัวนี้จะเริ่มมีข่าวที่ไม่ค่อยจะดีมากนัก ออกมาเรื่อยๆ เป็นผลให้หุ้นปรับตัวราคาลดลง ซึ่งจะกลับมาขึ้นใหม่อีกครั้งได้ เมื่อระยะสะสมมาถึง
  1. ลงทุนตามแนวโน้ม

ในช่วงเวลาที่มีแนวโน้มว่าจะขาขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้นด้วย เป็นโอกาสที่มาคู่กัน ขณะที่ขาลง ราคาก็มีโอกาสลงที่สูงกว่า การกำหนดกลยุทธ์ เทคนิค วิธีในการลงทุนให้ถูกต้องตามแนวโน้มของกลไกวัฎจักรของราคา จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นลำดับแรกๆ เพราะหากลงทุนไม่สอดคล้องกับแนวโน้ม ก็จะทำให้ขาดทุนได้ง่าย เป็นสิ่งสำคัญของ มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มหัด วิเคราะห์หุ้นต้องทำความเข้าใจ

  1. ความสำคัญของปริมาณซื้อ-ขาย

นั่นคือ จำนวนของเงินเป็นปริมาณที่ได้มาจากการ ซื้อ-ขาย ที่เกิดขึ้น ณ ช่วงเวลาขณะนั้น จึงจะสามารถบอกได้ถึงน้ำหนัก และนัยสำคัญในเรื่องทิศทางของราคาได้เป็นอย่างดี เป็นเครื่องมือที่สำคัญมากตัวหนึ่งในการยืนยันแนวโน้มว่ายังแข็งแรงอยู่ไหม เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อขายได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น

มือใหม่, วิเคราะห์หุ้น

  1. ใช้แนวรับแนวต้านเพื่อตัดสินใจ

แนวรับ คือ นักลงทุนมองเห็นหุ้นตัวนี้มีราคาถูก มีความต้องการซื้อ และคนสนใจเข้ามาเยอะมาก ส่งผลให้ราคาขยับกลับขึ้นมาสู่ในจุดที่สูงได้อีกครั้งค่อนข้างง่าย ในขณะเดียวกันแนวต้าน คือ ระดับราคาที่ตลาด เล็งเห็นว่าแพง และพากันแย่งขาย ทำให้ราคาจะเคลื่อนไปต่อได้ค่อนข้างยากลำบาก แต่ในทางกลับกันหากราคาสามารถทยานผ่านแนวรับ และแนวต้านไปได้ ราคาก็มักจะไปต่อได้ในทิศทางนั้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะฉะนั้นแนวรับและแนวต้าน จึงจัดได้ว่าเป็นจุดที่มีความสำคัญมากจุดหนึ่ง สำหรับตัดสินใจในการซื้อ-ขายหุ้น

  1. ทำความรู้จักกราฟ

พฤติกรรมราคาในรูปแบบที่มักจะเกิด จะมีลักษณะแตกต่างกัน เราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษารูปทรงของกราฟชนิดต่างๆ ซึ่งพฤติกรรมของราคาที่มักจะพบ คือจะมีรูปร่างคล้ายคลึงกับการนำเส้นแนวรับ แนวต้าน และแนวโน้มมาผสมผสานกัน การที่เราทำความเข้าใจรูปทรงของกราฟในรูปแบบต่างๆ จะช่วยให้สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

มือใหม่, วิเคราะห์หุ้น

  1. นำข้อมูลจากหลายกรอบเวลามาวิเคราะห์ข้อมูล

สำหรับ มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มหัด วิเคราะห์หุ้น การวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายกรอบเวลา ที่มีช่วงเวลาที่ต่างกัน จะทำให้เรามองเห็นได้อย่างตรงจุด และสามารถแยกแยะแนวโน้มของราคาจากต่างระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวได้ ซึ่งในส่วนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนจำเป็นจะต้องมีความเข้าใจ เพื่อไม่ให้เข้าผิดจังหวะของการ ซื้อ-ขาย

  1. รู้จักเครื่องมือก่อนรวมถึงข้อกำหนด ก่อนนำไปใช้งาน

อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค มักจะมีข้อจำกัดในตัวมัน อาทิเช่น เครื่องมือประเภทตัวชี้วัด (Indicator) นั้น มีทั้งแบบที่เหมาะกับช่วงตลาดที่มีแนวโน้ม (Trend Following) และแบบที่เหมาะกับช่วงที่ตลาดยังมีแนวโน้มไม่ชัดเจน แต่มีการเคลื่อนไหวในระดับที่มากพอ (Oscillator)

อีกทั้งลิ่งเหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นที่จะต้องนำไปใช้ประกอบใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ อีกด้วย อาทิเช่น แนวรับ-แนวต้าน รูปทรงต่างๆของกราฟ รวมถึงปริมาณเม็ดเงินจากการซื้อ-ขาย เพราะฉะนั้นควรนำเครื่องมือไปใช้ให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันการใช้ผิดประเภทจะส่งผลก่อนการลงทุนของเรา

หุ้น

  1. เลือกใช้เครื่องมือเฉพาะเท่าที่จำเป็น

เครื่องมือต่างๆล้วนมีจุดแข็ง และจุดอ่อน สิ่งที่สำคัญนอกจากที่เราจะต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทแล้ว จะต้องไม่ใช้เยอะเกินไปด้วย เพราะจะทำให้เกิดสัญญาณซื้อขายที่ซ้ำซ้อนและขัดแย้งกันเอง จนไม่สามารถกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมได้

  1. มีแผนการที่ชัดเจนอยู่เสมอ

สิ่งที่ควรทำทุกครั้งก่อนการตัดสินใจที่จะซื้อหุ้น ควรมีการกำหนด ราคาตัดขาดทุนที่ยอมรับได้ (จุด Cut Loss)  เพราะแม้จะใช้เครื่องมือได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่มีเครื่องมือใดที่สามารถรับประกันอนาคตได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เราจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือในกรณีที่อาจจะขึ้น เช่น หุ้นไม่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์เอาไว้ และก็เพื่อป้องกันการขาดทุนหนัก ทั้งนี้ก็รวมไปถึง ราคาสำหรับขายทำกำไร (จุด Take Profit) เพื่อป้องกันไม่ให้ขายช้าเกินไป จนกำไรที่มีอยู่กลับกลายเป็นขาดทุน

กฎ และเทคนิคต่างๆ ที่ควรรู้ในบทความนี้ จะช่วยตัวช่วยที่ดีสำหรับ มือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มหัด วิเคราะห์หุ้น สามารถเริ่มต้นนับหนึ่งได้อย่างถูกต้อง มีทิศทางที่ดี และใช้เทคนิคต่างๆเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก้าวสู่ความสำเร็จของการลงทุนได้ดังเป้าหมาย

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *