ธันวาคม 1, 2020

ผลตอบแทนจากการลงทุน ในตลาดหุ้นและทุนทรัพย์การเงิน มีอะไรบ้าง

นักลงทุนทั้งหลายที่ผันตัวมาลงทุนมักจะสนใจในเรื่องของ ผลตอบแทนจากการลงทุน

ผลตอบแทนจากการลงทุน

ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนเกี่ยวกับหุ้น หรือการลงทุนในด้านต่างๆ ก็มักจะคำนึงถึงผลตอบแทนการได้มาก-น้อย การเสมอ เพราคงไม่มีอยากจะขาดทุนกับการลงทุนหรอกนะ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนกันก่อนว่า การลงทุนหุ้นระยะยาว และการลงทุนในระยะสั่น มีความแตกต่างและ ส่วนได้ส่วนสียแตกต่างกันอย่างไร และตัวเรานั้นมีทุนทรัพย์ ความพร้อมที่จะลงทุนในประเภทไหนมากกว่ากัน แอดจะสรุปคร่าวๆ เกี่ยวกับการถือหุ้นระยะยาว และ ระยะสั้นใน ตลาดหุ้น ให้เพื่อนๆได้พอเข้าใจกัน เกี่ยวกับ ผลตอบแทนจากการลงทุน ประกอบการตัดสินใจกันนะ

สำหรับการถือหุ้นระยาวจะ มีความเสี่ยงน้อยมาก ทำให้เวลาเราลงทุน จะทำให้มีโอกาสน้อยมากที่จะขาดทุน แต่การลงทุนระยะยาว ก็จะเหมาะกับคนที่มีทุนทรัพย์หรือเงินเย็น และหวังเก็งกำไรในอนาคตนั้นเอง แต่การถือหุ้นระยะสั้น จะมีความเสี่ยงสูงมาก ทำให้เวลาถือหุ้น จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงมาก ต้องมีวิธีรับมือกับตลาดหุ้นที่ผันผวน ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ขาดทุนจนหมดตัวเลยก็ว่าได้

กลับมาเรื่องที่น่าสนใจ ที่เพื่อนๆอยากรู้กัน สำหรับนักลงทุนมักจะเข้าใจว่า ผลตอบแทนของการเล่นหุ้นนั้น ค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้ ความเสี่ยงก็สูงเช่นกัน เพราะฉะนั้นในการเล่นหุ้น ในแต่ละคนก็จะต้องมีทักษาะ ความรู้ ส่วนบุคคลที่จะคอยจับทางของตลาดหุ้นได้ จึงจะทำให้ได้กำไรที่น่าพอใจกับการลงทุนนั้นเอง  ทั้งนี้การสร้างความเข้าใจและทัศนคติ กับการลงทุนถือว่าเป็นพื้นฐานที่ดีของนักลงทุนนั้นเอง

ตลาดหุ้น

1. ผลตอบแทนหุ้น มีความผันผวนในระยะสั้น และมีความเสถียรในระยะยาว

บางคนอาจจะยังสงสัยว่า การลงทุนหุ้นในระยะยาวเนี่ย สมมุติได้ 10%ต่อปี ก็ยังมีการถกเถียงกันว่า เงินผันผวน แต่จะได้เงินคงที่ที่ 10% ได้อย่างไร ยังไงก็ขาดทุน เพราะความเข้าใจผิด และภาพจำเดิมๆจากเงินฝากที่ได้ดอกเบี้ย เท่าๆกันทุกปี นั้นเอง โดยในหลักของการลงทุนหุ้นนั้น มันมาจากการคิด % ย้อนหลัง ว่าแต่ละปีได้เท่าไหร่ อย่างเช่น ปีแรกเราได้ผลตอบแทน +10% ปีที่ 2 ผลตอบแทนกลับ -10% ปีที่ 3 ผลตอบแทนได้ +20% เท่ากับว่า

ถ้าเรานำมาบวกลบกันแล้ว ในระยะเวลา 3 ปี เราจะได้ ผลตอบแทนตกปีละ 5.91% ต่อปีนั้นเอง หรือจะคิดให้เข้าใจง่ายก็คือ เงินลงทุนเราในปีแรก 100 บาท พอสิ้นปีที่ 1 ผลตอบแทนเท่ากับ 110 บาท (+10%) สิ้นปีที่ 2 ผลตอบแทนเท่ากับ 99 บาท (-10%) สิ้นปีที่ 3 ผลตอบแทนเท่ากับ 118.8 บาท (+20%) รวมผลตอบแทนทั้ง 3 ปี เท่ากับ 18.8 บาท จากเงินลงทุน 100 บาท เท่ากับว่า 18.8 หาร 3 ปี ตกปีละ 5.91% ต่อปี นั้นเอง

ตลาดหุ้น

2. การลงทุนในตลาดหุ้น

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า การลงทุน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มผลตอบแทนให้กับเรา อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่มีเงินทุน ในการเล่น ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะการถือหุ้นเยอะ และ การลงทุนหุ้นระยะยาว สามารถสร้างการเก็งกำไร ผลตอบแทนหุ้น ในอนาคตได้อย่างดี และเยอะพอจนทำให้พอใจเลยทีเดียว

3. “หุ้น” ที่ตรงกับสไตล์ของคุณ

การลงทุนกับอะไรสักอย่าง รวมถึงการลงทุนกับ หุ้น เราต้องเข้าใจ และมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นพอสมควร และก็ต้องรู้ว่า หุ้น ประเภทไหนนั้น เหมาะกับตัวเรามากที่สุด โดยหุ้นก็จะมีทั้ง..

  • หุ้นเติบโต (Growth Stock) : ซึ่งหุ้นประเภทนี้จะเป็นหุ้นที่มีความเตบโตสูง และอยู่ในช่วงเติบโต ถึงแม้ภายในอนาคต ก็ยังมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่า P/E อยู่ในระดับที่สูง แต่อัตราตอบแทนในส่วนของเงินปันผลจะอยู่ในระดับที่ต่ำ
  • หุ้นคุณค่า (Value Stock) : สำหรับหุ้นประเภทนี้จะเป็นหุ้นที่มีความมั่นคงทางการเงิน เนื่องจากหวังทำกำไรในอนาคต จึงทำให้ราคาหุ้นไม่สูงมากนัก เพราะยังไม่ได้รับความนิยมในการลงทุนหุ้นประเภทนี้เท่าไหร่นัก
  • หุ้นปันผลสูง (Dividend Stock) : แนหุ้นที่มีเงินตอบแทนปันผลสูง และจ่ายอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเยอะ โดยหุ้นประเภทนี้จะเหมาะกับคนที่ต้องการเงินปันผลตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ
4. การจับจังหวะในการลงทุน

นักลงทุนที่ดี ควรจับจังหวะในการลงทุนได้แม่นยำ และวิเคราห์ข้อมูลทางเทคนิค เพื่อจับจุดหาทางซื้อ-ขาย ของราคาหุ้น ได้อย่างถูกต้อง และได้ ผลตอบแทนหุ้น ที่พอใจ โดยจะมีด้วยกัน 3 ประเภท

การลงทุนหุ้นระยะยาว

  • แนวโน้มขาขึ้น : จะมีลักษณะ จุดต่ำสุด และจุดสูงสุด มีแนวโน้มยกตัวขึ้น
  • แนวโน้มแนวราบ : จะมีลักษณะ ของแนวต่ำสุด และแนวสูงสุด เคลื่อนไหวอยู่ในแนวนอน ระนาบกัน
  • แนวโน้มขาลง : จะมีลักษณะ จุดที่ต่ำสุด อยู่ในระดับที่สูงกว่า จุดสูงสุด และค่อยลดลงมาเรื่อยๆ
5. ผลตอบแทนหุ้นส่วนมาก มาจากการลงทุนในระยะยาว

การลงทุนหุ้นระยะยาว

หากท่านได้ทำการลงทุน 10,000 บาท เป็นระยะเวลา ตั้งแต่ปี 2518 มาจนถึง 2561 รวมแล้วเป็นระยะเวลา 43 ปี เงินปันผลหรือเงินลงทุนของท่านจะกลายเป็น 1,243,314 บาท เท่ากับเติมโตในระดับ 124 เด้งเลยทีเดียว จะอธิบายคร่าวว่า การที่เงิน 10,000 บาท กลายเป็น 1,243,314 บาท ได้ในระยะเวลา 43 ปีนั้นก็คือ คิดเป็น ผลตอบแทนในการลงทุน ทบต้นแล้วได้ 11.87% หรือ ตลาดหุ้น ของไทย ให้ผลตอบแทนโดยรวมในระยะยาวมาตั้งแต่ปี 2017 รวมแล้ว 40 กว่าปีจะสูงถึงระดับ 11.87% ซึ่งผลตอบแทนมากกว่าที่อธิบายไว้ข้างต้นเสียอีก เพราะสูงเกือบถึง 12% ทบต้นกันเลยทีเดียว

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *