กันยายน 27, 2021

ธปท. ระบุคาดปีนี้ติดลบ “ล็อกดาวน์” กดเศรษฐกิจไทย จีดีพีติดลบ 2%

ธปท. ประเมินภาพความเสียหายจากการ ล็อกดาวน์ กรณีแย่ที่สุด กระทบเศรษฐกิจไทย -2%

ธปท.,สายพันธุ์เดลตา,ล็อกดาวน์,พื้นที่ 13 จังหวัด,กิจกรรมทางเศรษฐกิจ,ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ,ไทยพาณิชย์,กสิกรไทย,เศรษฐกิจไทย,Covid-19,วัคซีน

ภูมิคุ้มกันหมู่เกิดขึ้นล่าช้า จากการจัดหาและกระจายวัคซีนล่าช้า เตือนการเงิน – การคลังต้องเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด


น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ทำการประเมิน “ส่องเศรษฐกิจไทยในวิกฤติโควิด” เนื่องจากโควิด สายพันธุ์เดลตา กลายเป็นสายพันธุ์หลักในประเทศ ไทย และส่งผลให้การควบคุมการแพร่ระบาดยากขึ้น ประสิทธิภาพของวัคซีนที่เรามีสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ลดลง จำนวนวัคซีนที่คาดว่าจะจัดหาได้ต่ำกว่าที่คาด และเป็นภาระกับระบบสาธารณสุขมากยิ่งขึ้น

และจากการ ล็อกดาวน์ ที่ผ่านมาล่าสุด ธปท.ได้ประเมินความเสียหายต่อ เศรษฐกิจไทย พบว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในด้านกว้างและด้านลึก โดยด้านลึกพบว่า ความเสียหายจากการระบาดในระลอกที่ 2 และ 3 ทำให้เศรษฐกิจไทยดิ่งลงไปอีก ซึ่งใกล้เคียงกับความเสียหายในการ ล็อกดาวน์ครั้งแรกแล้ว และที่น่ากังวลคือ กราฟยังปักหัวลงได้อีก ขณะที่ด้านความกว้างผลความเสียหายของมาตรการล็อกดาวน์ ถึงแม้ว่าในครั้งนี้จะล็อกดาวน์แค่ใน พื้นที่ 13 จังหวัด แต่พื้นที่ส่วนอื่นของประเทศไทย กิจกรรมทางเศรษฐกิจ กับการใช้จ่ายก็ลดลงเช่นเดียวกัน กับพื้นที่ล็อกดาวน์

ทั้งนี้ จากการสำรวจของนักวิเคราะห์ ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งภาคครัวเรือนมองว่า กว่าที่ประเทศไทยจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้นั้น น่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของปี 65 ในขณะที่ภาคธุรกิจยังมีความหวังที่จะกลับมาเปิดให้บริการเป็นปกติในไตรมาสแรกของปี 65 อยู่ และในขณะที่ประเมินจากสถานการณ์วัคซีน การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ที่เดิมคาดว่าจะเกิดขึ้นในสิ้นปีนี้ แต่น่าจะล่าช้าออกไปอีก และยังไม่ชัดเจนว่า จะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นในปีหน้าได้หรือไม่

น.ส.ชญาวดี กล่าวต่อว่า ธปท.ประเมินภาพความเสียหายจากการ ล็อกดาวน์ รอบล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ายังมีความไม่แน่นอน เพราะมี ปัจจัยเสี่ยงสูงขึ้นในอนาคต ซึ่งมี 3 กรณี โดยกรณีที่ดีที่สุด คาดว่า หากมาตรการล็อกดาวน์ ดำเนินการได้ดี และส่งผลให้ผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงประมาณ 40% และยังสามารถควบคุมการระบาดได้ภายในเดือน ส.ค. โดยไม่เกิดการระบาดรอบใหม่ เศรษฐกิจไทย จะได้รับความเสียหายจากการล็อกดาวน์ หรือส่งผลให้การขยายตัวของ เศรษฐกิจไทยลดลง -0.8% แต่หากที่กรณีที่แย่ที่สุดคือ การระบาดยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสามารถควบคุมให้การระบาดลดลงเพียง 20% แต่ยังสามารถควบคุมได้ภายในช่วงสิ้นปีนี้ ขณะที่แบงก์ กสิกรไทย และ ไทยพาณิชย์ มองกรณีเลวร้ายเศรษฐกิจไทยปีนี้ติดลบ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้ การขยายตัวของเศรษฐกิจลดลง 2%

ทั้งนี้ ส่วนค่ากลางที่ ธปท.ได้คาดการณ์ไว้ว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้มากที่สุดในขณะนี้ คือ การล็อกดาวน์จะส่งผลกระทบเศรษฐกิจ ให้หดตัวลง 1.2% อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถนำตัวเลขของความเสียหาย มาหักลบจากการขยายตัวในขณะนี้ได้ เพราะหากยังมีปัจจัยบวกที่จะมาจากมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมของภาครัฐ และการส่งออกที่ดีขึ้น โดย ธปท.จะนำการประเมินความเสียหายนี้ไปรวมในการ ประมาณการเศรษฐกิจครั้งหน้า โดยคาดว่าจะกระทบต่อการขยายตัวตามประมาณการเดิมแน่นอน

ในขณะนี้ยังมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูงมาก เพราะการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ล่าช้า จึงสามารถทำให้การระบาดของ โควิด-19 สามารถกลับมาระบาดได้ใหม่ หากมีความเร็วในการจัดหา และการกระจาย วัคซีน ที่ไม่เร็วพอ หรือการ์ดตก ทำให้ ธปท.ไม่ได้ประเมินภาพในกรณีเลวร้าย เพราะสถานการณ์ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก โดยมองว่า มาตรการทั้งการเงินและการคลัง อาจจะไม่เพียงพอที่จะรับมือกรณีเลวร้ายที่สุดได้ ทำให้ต้องเตรียมความพร้อมทั้งมาตรการการเงินและการคลังให้มากที่สุด

ทั้งนี้ ด้าน นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจ และตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวในงานสัมมนา ว่า “แนวโน้มทางเศรษฐกิจโลก ต่อการกลับมาของ Covid-19” ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในปีนี้ มีโอกาสติดลบ และหากการระบาดของโควิด-19 กลายพันธุ์กลับมาระบาดรุนแรงมากขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และประเทศสหรัฐฯ ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาด และมีผล กระทบต่อการส่งออกของไทย แต่หากสถานการณ์การระบาด โควิด-19 ไม่รุนแรง จีดีพีของไทยปีนี้ จะเติบโตได้ที่ 1% แต่จะต้องมี วัคซีน ที่มีประสิทธิภาพ และจะต้องฉีดให้ครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และต้องมียาบำบัดรักษาที่เพียงพอ โดยประเมินว่าการท่องเที่ยวของประเทศไทย ได้ประเมินว่าจะฟื้นตัวครึ่งปีหลังของปี 65

ในขณะที่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และ ธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประเมินเศรษฐกิจของไทยปีนี้ ว่าจะเติบโตเหลือ 0.9% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.9% ตามการระบาดโควิด-19 ที่ปรับแย่ลงมากกว่าที่คาด รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเข้าประเทศไทยลดลง การบริโภคที่มีความเสียหายเพิ่มมากขึ้น ภาคเอกชนที่จะได้รับผลกระทบจากการปิดแคมป์คนงาน แม้คาดว่าภาครัฐจะมีเม็ดเงินพยุงเศรษฐกิจมากกว่าที่เคยคาด แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ดยกรณีเลวร้ายเศรษฐกิจไทยมีโอกาสหดตัวที่ -0.4%.


ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *