ธันวาคม 2, 2021

ธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้สินเชื่อผิดนัดชำระหนี้มีการจับตาดู

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการรายงานตัวเลขสินเชื่อที่มีการกล่าวเป็นพิเศษ (SM) หรือการขาดการส่งสินเชื่อที่เริ่มขาดส่ง

ธนาคารแห่งประเทศไทย
สินเชื่อที่เริ่มมีการขาดส่ง 1เดือนขึ้นไป แต่ก็ยังไม่ถึง 3 เดือนในไตรมาสแรกของปี 2564 ซึ่งทั้งนี้เป็นสินเชื่อที่มันที่จะกลายเป็นหนี้เสีย

มีรายงานจากผู้สื่อข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการรายงานตัวเลขสินเชื่อที่มีการกล่าวเป็นพิเศษ (SM) หรือการขาดการส่งสินเชื่อที่เริ่มขาดส่ง หรือสินเชื่อที่เริ่มมีการขาดส่ง 1 เดือนขึ้นไป แต่ก็ยังไม่ถึง 3 เดือนในไตรมาสแรกของปี 2564 ซึ่งทั้งนี้เป็นสินเชื่อที่มักที่จะกลายเป็นหนี้เสีย หรืออีกอย่างคือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในอนาคตนี้ โดยไตรมาสหนี้สินแรกของปีนี้ มีสินเชื่อที่กล่าวถึงมากเป็นพิเศษทั้งสิ้น 1.11ล้านล้านบาท หรือ 6.44% ของสินเชื่อรวม

ได้มีการพิจารณาในเรื่องของสัดส่วนสินเชื่อที่เป็นสินเชื่อที่ถูกกล่าวถึงมากเป็นพิเศษ และสินเชื่อที่ได้มีการผิดนัดการชำระหนี้ที่เริ่มผิดนัดมากที่สุดในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา คือ ในเรื่องของหมวดสินเชื่ออุปโภคบริโภค โดยมีหนี้ที่ผิดนัดชำระ 334,100 ล้านบาท หรือ 30.12% ของยอดหนี้ที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้ ทั้งหมดแล้ว โดยมีการแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้มีการผิดนัดชำระหนี้ 134,523 ล้านบาท หรือ 12.13% ของสินเชื่อรถยนต์ 114,791 ล้านบาท หรือ 10.35%ของสินเชื่อบัตรเครดิต 18,366 ล้านบาท หรือ 1.66% และรวมไปถึงสินเชื่อส่วนบุคคลอื่นๆ 66,420 ล้านบาท หรือ 5.99%

และในขณะที่สินเชื่อหมวดอื่น ซื้อได้มีการผิดนัดการชำระหนี้ในอัตราที่สูงคือในเรื่องของสินเชื่อในภาคการผลิต มีหนี้สินที่ได้มีการผิดนัดชำระหนี้รวมถึง การขายส่งและขายปลีก การซ่อมแซมเกี่ยวกับยานยนต์ 208,970 ล้านบาท หรือ 18.84% และในส่วนของสินเชื่อในภาคส่วนของบริการนั้น ซึ่งได้มียอดหนี้ที่ผิดนัดทั้งสิน 134,028 ล้านบาท หรือ 12.08% และทั้งนี้รายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการระบุว่า กนง. ได้มีความเป็นห่วงในส่วนของภาคครัวเรืองของไทยที่มีความเปราะบางมากยิ่งขึ้น จากที่มีสัดส่วนของหนี้สินต่อรายได้สูงและมีอัตราที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นในเรื่องของหนี้การอุปโภคและบริโภคที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูง จึงเป็นเหตุให้ภาระการผ่อนชำระต่อเดือนมีอัตราที่สูงขึ้นแต่นอกจากนี้แล้วทำให้ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนของเงินออมต่อรายได้ที่มีลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ที่มีอาชีพที่อิสระและกลุ่มของลูกจ้างในภาคบริการ ทำให้มีการรอบรับค่าใช้จ่ายที่มีความลดลง

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *