ตุลาคม 17, 2021

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มยกแผง ปรับขึ้นครั้งแรกรอบ 7 เดือนรับรัฐคลายล็อก

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มยกแผง เดือน กันยายน พ.ศ.2564  และเพิ่มครั้งแรกในรอบ 7 เดือน

ดัชนีความเชื่อมั่นเพิ่มยกแผง

หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิค แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคนั้นยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากเหตุน้ำท่วม – การเมือง – น้ำมันแพงเข้ามาซ้ำเติม ในขณะที่ดัชนีหอการค้า ยังกู่ไม่กลับ ร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7


นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนกันยายน พ.ศ.2564 ที่ผ่านมานั้นว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทุกรายการปรับตัวดีขึ้น และเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน พ.ศ.2564 อยู่ที่ 41.1 เพิ่มจาก 39.6 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นในปัจจุบัน อยู่ที่ 25.5 เพิ่มจาก 24.3 ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต อยู่ที่ 48.9 เพิ่มจาก 46.7 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ 35.5 เพิ่มจาก 33.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางาน อยู่ที่ 37.8 เพิ่มจาก 36.3 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ 50.8 เพิ่มจาก 48.6

สาเหตุที่ทำให้ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นทุกรายการนั้น มาจากรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายมาตรการ อนุญาตให้เปิดกิจการกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้น ประกอบกับการติดเชื้อโควิค-19 ลดลง ในเรื่องการฉีดวัคซีนคาดว่าสิ้นปี 64 จะครอบคลุมประชากรได้ 70% อีกทั้งยังมีมาตรการเพิ่มกำลังซื้อ และกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการคนละครึ่ง ยิ่งใช้ยิ่งได้ ม.33-39-40 ฯลฯ ทำให้คนมีเงินใช้จ่ายมากขึ้น

“แม้ว่าความเชื่อมั่นดีขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้การบริโภค การจับจ่ายซื้อสินค้ากลับมาได้อย่างรวดเร็ว ดัชนีหลายตัวยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 100 ค่อนข้างมาก ดังนั้น ต้องดูว่ารัฐบาลจะมีมาตรการใหม่ ๆ ออกมาอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบได้มากกว่านี้หรือไม่ ในส่วนประเด็นการเปิดประเทศนั้น ต้องดูว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน เพราะหากเปิดแต่ละจุด จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในระยะ 2 เดือน ประมาณ 200,000 – 300,000 คน จะทำให้เกิดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจได้ 10,000-20,000 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้ 0.05-0.1%”

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญ คือ สถานการณ์น้ำท่วม จะสามารถคลี่คลายได้เร็วหรือไม่ ราคาน้ำมันในประเทศ ปัญหาการเมืองในประเทศ รวมถึงสถานการณ์โควิคในประเทศแล้วนั้น ที่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นได้ อย่างไรก็ตาม หากโควิคคลี่คลาย กิจกรรมทางเศรษฐกิจดีขึ้น น้ำท่วมคลี่คลาย กระจายการฉีดวัคซีนได้เร็วและครบตามเป้าหมาย อัตราการเสียชีวิตน้อยลง จะมีผลต่อความเชื่อมั่น และโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ในปีนี้ เศรษฐกิจไทยมีโอกาสเติบโตได้อยู่ที่ 1-1.5%

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ที่สำรวจจากสมาชิกหอการค้าไทยทั่วประเทศ เดือนกันยายน พ.ศ.2564 อยู่ที่ 19.4 ลดลงจาก 19.8 ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2564 ต่ำสุดในรอบ 33 เดือน โดยมีดัชนีความเชื่อมั่นลดลงทุกภูมิภาค และลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 เพราะวิตกกังวลโควิค-19 สายพันธุ์เดลตา และผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตร ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาค่าครองชีพ ราคาสินค้ายังทรงตัวในระดับสูง ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกชนิด

“ผู้ประกอบการมองว่า กำลังซื้อของประชาชนยังซึมตัวต่อเนื่อง จากปัญหาหนี้ครัวเรือน การจ้างงานที่ยังไม่เต็มที่ นักท่องเที่ยวยังมาไทยไม่เต็มที่ เป็นตัวกัดกร่อนโครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัด ถึงแม้จะมีการคลายล็อกดาวน์บ้างแล้วนั้น แต่ยังไม่ช่วยให้ภาคธุรกิจมีมุมเชิงบวก สินเชื่อก็ยังเข้าไม่ถึง รัฐบาลยังไม่มีมาตรการใหม่ ๆ ที่หวือหวา ต้องรอดูในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพราะอาจจะมีผลช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้ 20,000-30,000 ล้านบาท ซี่งจะพลิกเศรษฐกิจในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2564 ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 นี้ได้ ปัจจัยนี้เป็นตัวกระตุ้น อาจทำให้เศรษฐกิจคึกคักได้บ้าง”

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องการให้เร่งผ่อนคลายมาตรการให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาเหมือนเดิม หรือใกล้เคียงเดิม เร่งจัดหาวัคซีนให้มีเพียงพอ ออกมาตรการที่รัดกุมรองรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว จัดเตรียมแผนการกักเก็บน้ำ และระบายน้ำให้สมดุล เป็นต้น


ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *