กรกฎาคม 24, 2021

ข้าวราคาขึ้น ชาวนาเฮ ในเดือนพฤษภานี้สินค้าเกษตรมีการปรับราคา

ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. มีการคาดการราคาสินค้าเกษตรในเดือนพฤษภาคม 2564 โดยมีแนวโน้มไปในทางที่ดี

เนื่องการส่งออกข้าวหอมมะลิได้มีการส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยใกล้เคียงคู่กับประเทศคู่แข่ง มีการนำเข้าข้าวเยอะในประเทศคู่แข่ง

ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นายสมเกียรติ กิมาวหา ได้มีการเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ได้มีการคาดการณ์ราคาของสินค้าเกษตรในเดือนพฤษภาคม 2564 โดยในส่วนของสินค้าเกษตรนั้นมีแนวโน้มของราคาที่จะมีการปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 12,037 -12,100 บาทต่อตัน

ทั้งนี้ได้มีการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.53-2.06% เนื่องจากราคาส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยเรามีความใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง อย่างเช่น ราคาข้าวหอมผกามะลิจากกัมพูชาจึงเป็นการส่งผลให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มการนำเข้าของข้าวหอมมะลิเพิ่มเป็นจำนวนที่มากขึ้น แต่ทางด้านของข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาอยู่ที่ 11,006-11,142 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.73-2.99%

โดยสืบเนื่องมาจากเป็นช่วงที่ได้มีการผลิตข้าวเหนียวนาปรังออกสู่ตลาดไปแล้ว และส่วนของสต๊อกของข้าวเหนียวลดลง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาอยู่ที่ 8.12-8.36 บาทต่อ กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 2.50-5.50% อันเนื่องมาจากเป็นช่วงแห่งการเพราะปลูกข้าวโพดและเลี้ยงสัตว์รุ่นที่ 1 ช่วงต้นฤดูฝน (เดือน เม.ย.-มิ.ย.) ปริมาณผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลดน้อยลง ในขณะที่ความต้องการของการใช้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจากแนวโน้มทางการส่งออกที่ยังมีความขยายตัวได้ดี

ในขณะที่กุ้งขาวแวนนาไม มีราคาอยู่ที่156.06-157.90 บาทต่อ กก. มีจำนวนเพิ่มจากเดือนก่อน 2.00-3.20% เนื่องจากในส่วนของผลผลิตกุ้งออกสู่ตลาดน้อยจากการที่เกษตรกรได้ชะลอการลงทุนกุ้งในช่วงนี้ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัสโควิด-19 ในระลอกใหม่นี้ แต่ก้ยังไม่ได้มีผลกระทบต่อคำสั้งซื้อและการส่งออกไปประเทศคู่ค้าสำคัญ

ส่วนสุกรราคาอยู่ที่ 77.69-78.84 บาทต่อ กก. ได้มีการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.88-2.24% และส่วนของโคเนื้อ ราคาอยู่ที่ 98.33-98.40 บาทต่อ กก. ได้มีการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.01-0.08% เนื่องจากทางความต้องการในการบริโภคเนื้อโคทั้งภายในประเทศเเละเพื่อเป็นการส่งออกยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของสินค้าทางการเกษตรที่จะมีแนวโน้มทางราคาที่จะได้มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ยางพาราแผ่นดิบ มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน เนื่องจากผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือน พ.ค.นี้.

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *