กรกฎาคม 24, 2021

การลงทุนแบบDCA คืออะไร? ทำไมถึงเหมาะกับนักลงทุนมือใหม่

การลงทุนแบบDCA  ทำไมถึงเป็นวิธีที่นักลงทุนหลายคนแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่ ที่ต้องการที่จะเริ่ม

DCA

ต้นลงทุนแต่มีข้อจำกัดเรื่องทุน และการแบกรับความเสี่ยงที่ได้ไม่เยอะ การลงทุนแบบ DCA คือทางออก


การลงทุนแบบDCA หรือ Dollar Cost Average เป็นการลงทุนที่เหมาะกับ นักลงทุนมือใหม่ ที่สามารถ กระจายความเสี่ยง ได้เป็นอย่างดี เพราะDCA นั้นเป็นการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย โดยทยอยซื้อหุ้นหรือกองทุนเป็นงวดๆ ในจำนวนเท่าๆกัน โดยไม่ต้องสนใจราคา ตัวอย่างเช่น ซื้อกองทุนตราสารหนี้ 1,000 บาท ทุกวันที่ 5 ของเดือน อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 20 ปี และเหตุผลที่เราควรลงทุนด้วยวิธี DCA นอกจากจะช่วยเฉลี่ยความเสี่ยงให้เราแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดีกว่าการกะเก็งจังหวะซื้อขายด้วยตัวเองอีกด้วย ซึ่งการลงทุนแบบนี้นั้นก็สร้าง ผลตอบแทนที่ดี ได้แม้จะไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเยอะ

ลงทุนสไตล์DCA รวยได้ไม่ต้องลุ้น ลงทุนสไตล์DCA เหมาะกับใครบ้าง ?

  • นักลงทุนมือใหม่
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาวิเคราะห์หุ้น และติดตามข่าวสาร
  • ผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะยาว
  • ผู้ที่ต้องการสร้างวินัยในการออม
  • ผู้ที่มีเงินลงทุนเริ่มต้นน้อย

นักลงทุนมือใหม่, ผลตอบแทนที่ดี

5 ข้อดีของ การลงทุนแบบDCA

  1. เป็นการลงทุนที่ขจัดอารมณ์และความรู้สึกในการลงทุนออกไป
  2. เป็นการลงทุนที่สามารถทยอยลงทุนได้รายเดือนตามความสามารถในการออมที่มีอยู่
  3. เป็นการลงทุนอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือนจะทำให้เรามีวินัยในการลงทุน
  4. เป็นการลงทุนอย่างมีระบบ
  5. เป็นการลงทุนระยะยาว กระจายความเสี่ยง ช่วยลดความผันผวนจากการลงทุนได้

 

ข้อจำกัดใน การลงทุนแบบDCA

  • การรักษาวินัยในการออม และการลงทุนให้ได้อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องในระยะยาว
  • กรณีตลาดขาขึ้น ผลตอบแทนอาจจะน้อยกว่าการซื้อหุ้นด้วยการจับจังหวะตลาด (Market Timing)
  • สภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ เช่น อาจขยายเศษหุ้นในการขาย Odd Lot ไม่ได้ทันที หากมีปริมาณการซื้อขายในตลาดไม่เพียงพอ
  • พอร์ตลงทุนอาจเติบโตช้า เพราะเป็นการทยอยสะสมหุ้นด้วยเงินลงทุนทีละน้อย

 

5 ข้อต้องรู้ ! ก่อนเริ่มออมลงทุนDCA ในหุ้น

  1. เลือกหุ้นผิดชีวิตเปลี่ยน = ซื้อเฉลี่ยความจน
  2. ต้องเข้าใจการบริหารความเสี่ยงอย่าDCA ในหุ้นเพียงแค่ตัวเดียว เราจะทำDCA ในหุ้นหลายตัว
  3. โบรเกอร์เราเลือกได้ เลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของเรา
  4. ต้องคิดคำนวณให้ดี ว่าเรามีกำลังความสามารถที่จะDCA ต่อเดือนได้เดือนละเท่าไร
  5. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และต้องมั่นคง “อย่าหยุดกลางทาง”

กระจายความเสี่ยง, ผลตอบแทนที่ดี, นักลงทุนมือใหม่

เลือก DCA แบบไหนดี

  • DCAแบบอัตโนมัติ ช่วยตัดอารมณ์ส่วนตัวออกไป ลงทุนตามกรอบเวลาที่วางไว้กับ บล./บลจ. และมีค่าธรรมเนียมในการลงทุน
  • DCAด้วยตัวเอง จับจังหวะลงทุนเองได้ บางช่วงอาจมีการใช้อารมณ์ในการลงทุน ทำให้มีโอกาสพลาดการลงทุนไปได้
  • DCAแบบกำหนดจำนวนเงิน ต้นทุนเฉลี่ยในระยะยาวต่ำกว่า ทำให้ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนต่ำกว่าแบบกำหนดจำนวนหุ้น
  • DCAแบบกำหนดจำนวนหุ้น กำหนดงบประมาณการลงทุนยาก เพราะผลจากความผันผวนของราคาในแต่ละช่วงของการลงทุน
  • DCAแบบรายเดือน จากการวิจัยพบว่าการลงทุนที่มีความถี่มาก จะยิ่งทำให้ความเสี่ยงจากการลงทุนน้อยลง
  • DCAแบบรายปี ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนแบบรายปี หรือรายเดือน ไม่ได้มีความแตกต่างในแง่อัตราผลตอบแทน

 

ข้อดีของ การลงทุนแบบDCA

  • ช่วยเฉลี่ยต้นทุนการลงทุน
  • กำหนดวงเงินในการลงทุนเองได้
  • ช่วยลดความเครียดเรื่องราคาหุ้น ที่มีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา รวมถึงกองทุนเองด้วย

ข้อเสียของ การลงทุนแบบDCA

  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น
  • เราต้องใช้เงินในการลงทุนทุกๆเดือนอย่างสม่ำเสมอ

การลงทุนแบบDCA, กระจายความเสี่ยง

วางแผนลงทุนแบบDCA

4 ขั้นตอน ซื้อกองทุนง่ายๆให้เป็นระบบ

  1. กำหนดเป้าหมายการลงทุน เช่น เป้าหมายระยะยาว วางแผนลงทุนเพื่อเกษียณในอีก 30 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมีเงิน 10 ล้านบาท
  2. กำหนดช่วงเวลาในการลงทุน ระยะเวลาลงทุน 30 ปี จะแบ่งส่วนหนึ่งจากเงินเดือนมาทยอยซื้อกองทุนรวม โดยตั้งระบบDCA ทุกวันที่เงินออก เช่น ลงทุนทุกวันที่ 28 ของแต่ละเดือน
  3. คำนวณเงินลงทุนรายงวด คำนวณเงินลงทุนต่อเดือนตามเป้าหมาย เช่น เก็บเงิน 10 ล้านบาท ใน 10 ปี สมมุติคาดหวังผลตอบแทน 8% ต่อปี คำนวณแล้วจะลงทุนเดือนละ 7,356 บาท
  4. เลือกกองทุนที่เหมาะสม เลือกกองทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสอดคล้องกับเป้าหมาย เช่น คาดหวังผลตอบแทน 8% ก็ควรเลือกลงทุนใน หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หุ้นราย Sector

 

ทำไมควรDCA ในกองทุนรวม ?

  • การเลือกหุ้นรายตัวมีความเสี่ยง ถ้าใครเลือกหุ้นถูกตัว พอร์ตที่DCA หุ้นก็อาจจะกำไรได้ดี แต่ถ้าใครเลือกหุ้นพลาดDCA หุ้นมาตั้งนานผลที่ได้อาจไม่น่าประทับใจนัก
  • เป็นตัวที่ถูกใช้อ้างอิงผลตอบแทน ช่วยให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับความคาดหวังมากกว่าการDCA หุ้นรายตัว ซึ่งอาจจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าก็ได้
  • หุ้นรายตัวมีข้อจำกัดด้านเงินลงทุนขั้นต่ำ จำนวนการซื้อหุ้นขั้นต่ำในตลาดหลักทรัพย์อยู่ที่ 100 หุ้น อาจไม่สามารถให้เราDCA ได้ตามจำนวนที่กำหนดไว้
  • ความผันผวนน้อยกว่า ถือแล้วสบายใจมากกว่า การที่เราซื้อกองทุนรวมดัชนีที่อ้างอิงดัชนี SET50 ก็เหมือนการซื้อหุ้น 50 ตัวพร้อมๆ กัน ซึ่งวิธีนี้เองก็เป็นการกระจายความเสี่ยงได้อย่างดี

สรุปแล้วสำหรับการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย หรือ DCA ของตลาดหุ้นนั้น ได้มีการวิจัยและพิสูจน์ในเชิงของข้อมูลสถิติ ว่าการลงทุนแบบDCA นั้นจะสามารถสร้างผลลัพธ์ของ ผลตอบแทนที่ดี ให้กับเราได้ เพราะหลักการของการDCA นั้นคือการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย ลงทุนเป็นงวดๆ ต่อเนื่องทุกๆเดือน อย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดกลางจนกว่าจะถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *