ตุลาคม 17, 2021

การลงทุนที่น่าสนใจ ของ ETF ต่างประเทศดีกว่าอย่างไร

หากคุณคือนักลงทุนที่มองหาความต่าง และความหลากหลาย ทางด้านของการลงทุน

การลงทุนที่น่าสนใจ

ETF เป็นอีกหนึ่งตัวของ การลงทุนที่น่าสนใจ บทความนี้เราจะให้ทุกคนได้เข้าใจ ETF แบบง่ายๆ


ETF เป็นกองทุนใหม่ ที่แปลกใหม่ เพราะลูกผสมระหว่าง กองทุนรวมดัชนี กับ หุ้น จัดเป็นอีกหนึ่งตัวของ การลงทุนที่น่าสนใจ ซึ่งมีความเหมือนกับกองทุนดัชนีที่เราสามารถทำการซื้อขายได้เลยผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยที่เราไม่ต้องรอให้มีการปรับราคาอัปเดตตอนสิ้นวัน เหมือนกันกับกองทุนรวมทั่วๆไป ทั้งๆที่ยังสามารถกระจายในส่วนการลงทุนของตลาดหลักทรัพย์จำนวนมากได้ตามดัชนีที่มีการอ้างอิง จึงถือได้ว่า ETF เป็นเครื่องมือการลงทุนใหม่ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เจ็บน้อย

กองทุนรวมดัชนี, หุ้น

ETF (ลูกผสม กองทุนรวมดัชนี กับ หุ้น) มีกี่ประเภท อะไรบ้าง

อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อนุญาตให้กองทุนรวม ETF ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของปัจจัยอ้างอิง ดังนี้

  • ดัชนีกลุ่มหลักทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับจากสำนักงาน
  • ราคากลุ่มหลักทรัพย์หรือกลุ่มตราสารทางการเงินอื่นที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน
  • ราคาหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ
  • ราคาทองคำแท่งซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำในประเทศไทยหรือในระดับสากล

โดยในปัจจุบันมี ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนี้

  • Equity ETF / Index ETF: มุ่งสร้างผลตอบแทนอ้างอิงดัชนีราคาหุ้นในประเทศ
  • Sector ETF: มุ่งสร้างผลตอบแทนอ้างอิงดัชนีราคาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม
  • Foreign ETF: มุ่งสร้างผลตอบแทนอ้างอิงดัชนีราคาหุ้นต่างประเทศ
  • Gold ETF: มุ่งสร้างผลตอบแทนอ้างอิงดัชนีราคาทองคำ
  • Bond ETF: มุ่งสร้างผลตอบแทนอ้างอิงดัชนีราคาตราสารหนี้

เหตุผลที่ทำให้ ETF ต่างประเทศ ถึงเป็น การลงทุนที่น่าสนใจ

  • ทำไมต้อง ETF ต่างประเทศ Passive ชนะ Active

อย่างแรกเลยเหตุผลที่ทำให้การลงทุนใน ETF มันน่าสนใจมาก น่าลงทุน และสุดยอด เนื่องจากในปัจจุบันนี้การลงทุนแบบ Passive มีการให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าแบบ Active หรือก็คือใครที่ขยับตัวน้อยที่สุดให้ซื้อพวกกองทุน โดยจ่ายค่าธรรมเนียมให้ถูกที่สุด ซื้อขายให้น้อยที่สุด พยายามทำผลตอบแทนให้ตามดัชนีให้ได้มากที่สุด พวกนี้จะสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่า

จากคำพูดของ วอร์เลน บัฟเฟตต์ บอกกับ จอห์น โบเกิล ในหนังสือ The Little Book of Common Sense Investing ที่กล่าวว่า “กองทุนค่าธรรมเนียมต่ำ คือ การลงทุนในหุ้นที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่”

ซึ่งจุดที่ตัดกันระหว่างกองทุนที่ประสบความสำเร็จกับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ต่ำ หลักๆก็คือเรื่องของ ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน (Managent Fee) ซึ่งตัว ETF มันมีค่าธรรมเนียมจากทางกองทุนที่ต่ำมากๆ โดยเฉพาะยิ่งที่เป็น ETF ต่างประเทศเนี่ย อย่างของอเมริกา บางตัว US ETF 0.03% – 0.6%  ต่อปี ซึ่งหากเอามาเทียบกับของไทยแล้วเนี่ย พวกกองทุนอะไรพวกนี้ที่มีผู้จัดการคอยซื้อขาย อาจจะคิดอยู่ที่ประมาณ Thai Active Fund 1%-1.5% ต่อปี (ยังไม่รวมการจัดการอื่น) ซึ่งพอผ่านไปผลตอบแทนที่หายไป 1.5% ก็ถือว่าเยอะมากๆ

  • ทำไมต้อง ETF (ลูกผสม กองทุนรวมดัชนี กับ หุ้น) ต่างประเทศ จัดเป็น การลงทุนที่น่าสนใจ

เพราะเนื่องจาก ETF ในไทยมีให้เลือกน้อยมาก มีให้เลือกเพียงแค่ 16 กองทุน เทียบกับอเมริกาแล้วที่มีถึง 2,096 กองทุน ถ้าเกิดเราไปซื้อกองทุน ETF ที่อเมริกาได้ ก็เปรียบเสมือนเราสามารถลงทุนในพวกกองทุน ETF ทั่วโลกได้เลย เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นพวกของ ETF ที่แทร็คตามอินเด็กของประเทศต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็น Emerging Market ETF (VWO) หรือ Developed Markets ETF (VEA) หรือ Technology Equlties ETFs สำหรับพวกนี้มันจะไปอยู่ในอเมริกาหมด เรามาสามารถซื้อตัว ETF ในอเมริกาได้เลยทั้งโลก เพราะในอเมริกาเนี่ย ETF มันบูมมาก เทียบกับในไทยแล้วค่อนข้างต่ำ แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องอีก ซื้อได้แต่ขายยาก

  • ทำไมต้อง ETF (ลูกผสม กองทุนรวมดัชนี กับ หุ้น) ต่างประเทศ มีให้เลือกหลากหลาย Theme

มีให้เลือกเล่นได้อย่างหลากหลายมาก เราสามารถที่จะเลือกลงทุน Theme ได้อย่างหลายรูปแบบมาก จึงเป็น การลงทุนที่น่าสนใจ ยกตัวอย่าง กองทุน ETF หลายๆที่มาให้ดูคร่าวๆ คือมันมีหลายแบบ อย่างเช่น ETF ที่มันแทร็คตามผลตอบแทนของหุ้น USA  หุ้นของจีน หุ้นอินเดีย  Technology, Health Care, Stocks, E-commerce, Fintech หรือหุ้น Tech ของจีน มันสามารถลงทุนเป็น Theme ได้หลายรูปแบบมาก พวก Robotic, AI หรือว่าพวกหุ้นที่เป็นคลาวก็มีเหมือนกัน

เพราะว่าบางครั้งการที่เราจะไปลงทุนในอุตสาหกรรมที่ความเข้าใจของเราน้อย เราอาจจะเลือกไม่ถูกว่าจะไปซื้อหุ้นตัวไหน อย่างเช่น ถ้าเราบอกว่าเราจะไปลงทุนในกลุ่มของหุ้น Technology บางทีเราไม่รู้ว่าบริษัทตัวไหนที่มันกำลังจะเติบโตแต่ว่าอาจจะไปต่อไม่ได้ เราอาจจะไม่รู้

ดังนั้นการซื้อ ETF แค่ตัวเดียว แล้วมันเฉลี่ยให้ทุกตัวก็ทำให้เราสามารถโตไปกับ Theme นั้นได้ โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงเรื่องของการเจ๊งของหุ้นเป็นรายตัว หรือที่เขาเรียกว่า Climinate the unsystematic risk นั่นเอง สรุปง่ายๆก็คือ เรารู้ว่าเทคโนโลยีมันจะมาแล้วไม่รู้ว่าจะซื้อตัวไหนดี ซื้อ ETF จบเลย

รูปภาพจาก : ittawealth.com

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *