กันยายน 27, 2021

กราฟหุ้น ไขข้อสงสัยวิธีดูกราฟหุ้นที่ถูกวิธี และส่งผลดีต่อการลงทุน

สำหรับนักเทรดหุ้นทั้งหลาย คงจะคุ้นเคยกันอยู่แล้วกับ กราฟหุ้น

กราฟหุ้น

บางคนอาจจะยังสงสัยเกี่ยวกับ กราฟหุ้นในรูปแบบต่างๆ ที่ปวนแปร หรือขึ้น-ลง อยู่ตลอดเวลา บทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกัน

นักลงทุนอย่างเราเคยสงสัยไหมว่า ลงทุนไปลงทุนมา มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ มาอยู่ในจุดที่จะถอนตัวก็ไม่ได้ จะไปต่อก็ไม่ไหว ปัญหาเหล่านี้เกิดจาก จังหวะในการลงทุน นั้นเอง เนื่องจากการลงทุนการจับจังหวะในการลงทุน หรือ ซื้อ-ขาย ในเวลาที่เหมาะสมนั้นถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญในการลงทุนเลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงมี กราฟหุ้น เข้ามามีส่วนในการช่วยดู กราฟราคาหุ้น ซึ่ง การดูกราฟหุ้น นั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า กราฟ จะเป็นการนำราคาของหุ้นในท้องตลาด มาเรียงต่อกัน ซึ่งพบเห็นกันบ่อยๆในรูปแบบของ “กราฟแท่งเทียน” นั้นเอง

กราฟหุ้น

การดูกราฟหุ้น เป็นตัวช่วยที่สำคัญมากในการลงทุนหุ้นในท้องตลาด เนื่องจากสามารถเดาทางแนวโน้มของราคาหุ้นในแต่ละวันได้แม่นยำ ทำให้เราวางแผนในการลงทุนได้ง่ายมากขึ้น และนอกจากนี้ ยังสามารถช่วยในการจับจังหวะในการ ซื้อ-ขาย ในการลงทุน หรือ กำหนดกลยุทธ์ในการลงทุนได้อย่างเหมาะสมและเข้ากับการลงทุนในแบบของตัวเองมากขึ้นด้วย

ซึ่งการดูกราฟหุ้นนั้น ก็ง่ายมากๆ ถ้าเข้าใจ ก็สามารถจับทางราคาหุ้นได้สบายๆ เลย บทความนี้เราเลยจะมาบอกวิธีการดูกราฟหุ้นที่ถูกวิธี และ ง่ายต่อการลงทุน ไปดูกันเลยว่าจะง่ายแสนง่าย ขนาดไหน

กราฟหุ้น

  • รูปแบบและสีของ กราฟแท่งเทียน : หากวันไหนที่ “ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด” ในส่วนของตัวแท่งเทียนนั้น จะเป็นแท่งโปร่งสี (หรือบางโปรแกรมจะใช้เป็นแท่งสีเขียวนั้นเอง) และ ถ้าหากวันไหน “ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด” ในส่วนของตัวแท่งเทียนนั้น จะเป็นแท่งสีทึบ (หรือบางโปรแรกมจะใช้เป็นแท่งสีแดงนั้นเอง)

 

  • ในส่วนของเส้น ของ กราฟหุ้น ที่อยู่ตรงหัวแท่ง และ ท้ายแท่ง นักเทรดหุ้นจะเรียกกันว่า “ไส้เทียน” เราจะมาอธิบายในส่วนของ จุดที่ราคาสูงสุด และ จุดที่ราคาต้ำสุด ของวันนั้นๆ ที่กราฟแสดงนั้นเอง

 

กราฟหุ้น


กราฟหุ้น

 

จากรูปนักลงทุนหลายๆ ก็พอจะเข้าใจกันบ้างแล้ว จากนั้นเราจะมาลองให้ทุกคนเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ในกราฟหุ้นกันบ้างดีกว่า

  • ในส่วนของ “การเคลื่อนไหวของราคากราฟหุ้นในแต่ละวัน” ก็จะมีความแตกต่าง กันออกไป บางช่วงของวันก็อาจจะมีแนวโน้มขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือ อาจจะมีแนวโน้วขาลงอย่างต่อเนื่องได้อีกเช่นกัน บางช่วงก็อาจจะเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ อยู่ในกรอบ ทำให้เราสามารถจับแนวโน้วมของราคาหุ้นในท้องตลาด ได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งก็จะเป็นออกเป็น 3 แบบหลักๆคือ
  1. แนวโน้วขาขึ้น (Uptrend)

ในส่วนของแนวโน้มขาขึ้นนั้น ทิศทางการเคลื่อนตัวของไส้เทียน จะเคลื่อนไปในแนวทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่จะบอกเราว่า ราคาหุ้นอยู่ในขาขึ้น นั้นเอง วิธีการดูก็คือ

กราฟราคาหุ้น, กราฟแท่งเทียน

  • เริ่มจากจุดที่ “ต่ำสุด” ของช่วงเวลาที่สนใจจะทำการลงทุน
  • ลากเส้นจากจุดที่ 1 ไปยังจุดที่ 2 โดยให้ปลายเลยจุดที่ 2 ออกไป
  • ถ้าหากว่า แนวโน้มราคา ยังคงปรับตัวขึ้นไปจนถึงจุดที่ 3 จะเป็นการยืนยันแนวโน้ม “ขาขึ้น”
  • ทำการลากเส้นกรอบ คู่ขนาด เพื่อกำหนดทิศทางการวิ่งของกราฟราคาหุ้น
  • แต่ถ้าหาก แนวโน้มของราคาหุ้น ปรับตัวลดลงมาที่ Uptrend Line อีกครั้ง ก็จะเป็นจุดของการ “ซื้อ” (ในจุดที่ 4) หรือจะทำการ “ขาย” เมื่อราคา วิ่งขึ้นไปถึงเส้นคู่ขนาดอีกครั้ง แต่ถ้ายังคงเชื่อว่า หุ้นตัวนี้จะยังคงมีแนวโน้มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็ไม่ต้องทำการขายนั้นเอง
  1. แนวโน้มขาลง (Downtrend)

ในส่วนของแนวโน้มขาลง ทิศทางของการเคลื่อนตัวของไส้เทียนนั้น การดูกราฟหุ้น จะดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่บอกว่า ราคาหุ้นอยู่ในขาลง นั้นเอง วิธีการดูก็คือ

กราฟราคาหุ้น, กราฟแท่งเทียน

  • เริ่มดูจากจุดที่ “สูงสุด” ของช่วงเวลาที่สนใจจะทำการลงทุน
  • ลากเส้นจากจุดที่ 1 ไปยังจุดที่ 2 โดยให้ปลายเลยจุดที่ 2 ออกไป
  • ถ้าหากว่าในจุดที่ 3 ราคาหุ้นยังไม่สามารถข้ามผ่าน Downtrend Line ได้ ก็จะเป็นแนวโน้มที่จะยืนยันได้ว่าราคาหุ้นอยู่ใน “ขาลง”
  • ทำการลากเส้นกรอบ คู่ขนาด เพื่อกำหนดทิศทางการวิ่งของกราฟราคาหุ้น
  • และหากราคาหุ้น ปรับตัวขึ้นมาใกล้ Downtrend Line อีกครั้ง ก็สามารถตัดสินใจในการ “ขาย” หุ้นได้เลยในจุดที่ 4
  1. แนวโน้มราคาหุ้น เคลื่อนที่ไปข้างๆ (Sideways)
  • ในส่วนของการเคลื่อนตัวของ กราฟราคาหุ้น ไปในทางด้านข้าง และอยู่ในกรอบนั้น เป็นแนวโน้มที่จะบอกว่า “ราคาหุ้นคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก”

ในกรณีที่เป็น Sideways ราคาของ กราฟหุ้น ค่อนข้างจะราบเรียบขนานไปกับกรอบคู่ขนาน หากต้องการทำกำไรในระยะสั้น ควรจะ “ซื้อ” ในจุดที่ 6 และทำการ “ขาย” เมื่อราคาหุ้น ปรับตัวขึ้นไปถึงเส้นขนาดด้านบนนั้นเอง

กราฟราคาหุ้น, กราฟแท่งเทียน

การลงทุนในส่วนของตลาดหุ้น ยังมีเทคนิค กลยุทธ์ การดูกราฟหุ้น รวมถึงโปรแรกมที่เข้ามาช่วยดูหุ้นอีกมากมาย ทั้งนี้ ท่านไหนที่สนใจจะทำการลงทุน ก็หมั่นศึกษาหาความรู้ และฝึกใช้บ่อยๆ เพื่อพัฒนาตนเองในการจับจังหวะลงทุนในช่วงต่างๆ ให้แม่นยำได้มากยิ่งขึ้น เท่านี้ โอกาสที่จะสร้างกำไรในการลงทุนก็ไม่ไกลเกินฝันแล้ว

ทั้งนี้การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินก่อนการลงทุน

ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *