ตุลาคม 17, 2021

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ รับเข้าพื้นที่แหล่ง เอราวัณ ล่าช้า

อาจกระทบการผลิตก๊าซ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เดินหน้าประสานการเข้าพื้นที่แหล่ง เอราวัณ ตลอด 2

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ, เอราวัณ

ปีที่ผ่านมา และได้ระบุ อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าร่วมมือกัน หวั่น ล่าช้ากระทบแผนการผลิตก๊าซของประเทศ


นาย สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิการบดี กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้เปิดเผยว่า จากที่กรณี เรื่องความห่วงกังวลที่เกี่ยวกับ ความล่าช้าของการเข้าพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมการผลิตของบริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) ในแปลง G1/61 (แหล่งกลุ่ม เอราวัณ เดิม) เนื่องจากนี้ยังคงเจรจาที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ของบริษัท เชฟรอนประเทศไทย ได้สำรวจและผลิต จำกัด ผู้รับสัมปทานรายเดิมนั้น

ในตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่อง การสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ เพื่อส่งเสริมและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานยังไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว และยังเร่งเพื่อประสานงานในด้านการเจรจาระหว่าง 2 บริษัท โดยที่มุ่งยึดเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศเราเป็นหลัก

โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ประสานให้ บริษัท ปตท.สผ. อีดี ผู้ดำเนินงานรายใหม่ ในแปลง G1/61 ภายใต้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต และ บริษัท เชฟรอนฯ ผู้รับสัมปทานรายเดิม มาหารือร่วมกันไม่น้อยกว่า 30 ครั้ง ทั้งในระดับผู้บริหารองค์กร และในระดับปฏิบัติการ เพื่อให้การดำเนินงานในช่วงนั้นเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) เป็นไปอย่างราบรื่น

โดยที่คำนึงถึง ผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และผลที่ได้ถือว่าเป็นการดำเนินงานที่สำเร็จไปมากพอสมควร ที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมๆกันได้ในหลายๆประเด็น เช่น การที่เข้าพื้นที่เพื่อที่จะได้เก็บตัวอย่าง ของการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม และในการสำรวจพื้นที่เบื้องต้นนั้น ก็เพื่อติดตั้งแท่นหลุมผลิต เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตามแต่ ด้วยความซับซ้อนในการดำเนินงานในช่วงเปลี่ยนที่ผ่านมา จะยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังคงต้องหาข้อตกลงที่เหมาะสมที่สุด ในการร่วมกันให้ได้ โดยจะมีกุญแจสำคัญที่จะเข้าทำให้ความพยายามในการประสานและการเจรจาของ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติประสบความสำเร็จนั้นๆ ก็คือทั้งผู้ดำเนินงานรายปัจจุบัน และ รายใหม่จะต้องร่วมมือกันอย่างจริงใจ และ เพื่อเร่งด่วนให้ได้ข้อตกลงร่วมกันให้การ ผลิตก๊าซธรรมชาติ เป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่นที่สุด เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ และ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ความเป็นอยู่ของประชาชน” อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกล่าวไว้

ทั้งนี้ทาง บริษัท ปตท.สผ. อีดี เป็นผู้ชนะการประมูลและจะเป็นผู้ดำเนินงานรายใหม่ในแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณหลังจากสัมปทานของ บริษัทเชฟรอนฯ หมดอายุลงในเดือนเมษายน พ.ศ. 2565 ซึ่งตามเงื่อนไขการประมูลนั้น บริษัท ปตท.สผ. อีดี จะต้องผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้ในอัตรา 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แต่ด้วยความล่าช้าในการเข้าพื้นที่ อาจทำให้ไม่สามารถผลิตปิโตรเลียมได้อย่างต่อเนื่อง


ติดตามข่าวสารบทความดีๆจาก เว็บไซต์ : GOFX.CO
หรือทาง Facebook page : GOFX TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *